ภาพระบายสี

ภาพระบายสี
ส่งการบ้านอาจารย์

ภาพระบายสี

ภาพระบายสี
ส่งการบ้านอาจารย์

วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2556

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2551

จรรยาบรรณวิชาชีพครู


การให้ เป็นสิ่งดี ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักและเป็นที่มาของศรัทธา ครูเป็นผู้ให้ความรู้และปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมแก่ศิษย์ ครูเช่นนี้จึงเป็นที่รักของศิษย์ ครูที่มีจริยวัตรงามย่อมเป็นตัวอย่างที่ดีต่อศิษย์ และเป็นผู้ที่ทำให้วงการวิชาชีพครูมีเกียรติ ควรแก่การยกย่องบูชา จึงเป็นหน้าที่ของครูที่จะต้องมีจรรยาบรรณวิชาชีพครู ซึ่งมีข้อควรปฏิบัติ 9 ข้อดังนี้

จรรยาบรรณข้อที่ 1 ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า

จรรยาบรรณข้อที่ 2 ครูต้องอบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้ แก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ

จรรยาบรรณข้อที่ 3 ครูต้องประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ทั้ง ทางกายวาจา ใจ

จรรยาบรรณข้อที่4 ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์

จรรยาบรรณข้อที่ 5 ครูต้องไม่แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ ในการ ปฏิบัติหน้าที่ ตามปกติ และไม่ให้ศิษย์กระทำการใดๆ อันเป็นการหาประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบ

จรรยาบรรณข้อที่ 6 ครูย่อมพัฒนาตนทั้งในด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ให้ทันต่อพัฒนาการทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคมและการเมืองอยู่เสมอ

จรรยาบรรณข้อที่ 7 ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครุ และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพครู จรรยาบรรณข้อที่ 8 ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์

จรรยาบรรณข้อที่ 9 ครูพึงประพฤติ ปฏิบัติตน เป็นผู้นำในการอนุรักษ์ และพัฒนาภูมิปัญญา และวัฒนธรรมไทย

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2551

วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2551

เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร

"เทคโนโลยี" หมายถึง การนำเอาขบวนการ วิธีการ และแนวความ คิดใหม่ๆ มาใช้หรือประยุกต์ใช้อย่างมีระบบเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพการขยายตัวทางวิทยาการทำให้เทคโนโลยี ถูกนำมาใช้งานสาขาต่างๆ เช่น
- เทคโนโลยีทางการทหาร (Military Technology)
- เทคโนโลยีทางการแพทย์ (Medical Technology)
- เทคโนโลยีทางการเกษตร (Agricultural Technology)
- เทคโนโลยีทางการสื่อสาร (Communication Technology)
- เทคโนโลยีทางการค้า (Commercial Technology)
- เทคโนโลยีทางวิศวกรรม (Engineering Technology)
- เทคโนโลยีทางการตลาดสังคม (Social Marketing Technology)
- เทคโนโลยีทางการศึกษา (Educational Technology)
- เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology)
"นวัตกรรม" หมายถึง ความคิดและการกระทำใหม่ๆ ที่นำมาใช้ในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สำหรับนวัตกรรมทางการศึกษา หมายถึง ความคิดและวิธีการปฏิบัติใหม่ๆ ที่ส่งเสริมให้กระบวนการทางการศึกษามีประสิทธิภาพสูงขึ้น

ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร

การเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของเราได้ ซึ่งทำให้พวกเราได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีเรียนและวิธีทำการบ้านของแต่ละคนจากที่ผ่านมาแล้ว 3 ครั้ง จึงเรียกว่า KM กันโดยบางคนไม่รู้ตัว ดิฉันเลยได้ฉวยโอกาสพาเพื่อนร่วมชั้นเรียน KM กันเล็ก ๆ ช่วยเติมเต็มและให้ข้อเสนอแนะ เป็นอันว่า เราต่างได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน สำหรับดิฉันเองก็แอบเก็บเกี่ยวเทคนิคการเรียนรู้และการสร้างประโยคจากหลาย ๆ คนกลับมาพัฒนาตัวเองเช่นเดียวกัน และอาจารย์ก็ยังช่วยเป็นกระจกสะท้อนให้ดิฉันได้เห็นตัวเองว่า แท้ที่จริงดิฉันมีพื้นความรู้เรื่อง Tenses อยู่พอสมควร ทั้งที่ผ่านมาดิฉันว่าตัวเองไม่ได้เรื่องสมัยเรียนมัธยมฯ อย่างดีก็ได้อยู่เกรด 3 แต่ลืมนึกไปว่าหลังจากนั้นในระดับปริญญาตรีเรื่อยมา ตัวเองพยายามจะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของของตัวเราอยู่บ้าง ดังนั้นในการเรียนกับอาจารย์และการทำการบ้านผ่านมาเป็นครั้งที่ 3 นี้ดิฉันยังใช้พื้นความรู้เดิมอยู่ เรียกว่าใช้บันไดเดินสู่ยอดดอยด้วย "Tenses" ยังไม่ยอมมาใช้บันได “17 สูตร” (เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่ผ่านการวิจัยและเห็นผลมาแล้วของอาจารย์) อาจารย์บอกว่าวันหนึ่ง ดิฉันจะยอมลงจากบันได “Tenses” มาใช้บันได “17 สูตร” และบอกว่าไม่ต้องกังวล เพราะบันไดทั้งสองข้างนั้นเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน สุดท้ายเราจะมีความสามารถใช้บันไดขึ้นสู่ยอดดอยได้ดีทั้งสองข้าง แต่เท่าที่ดิฉันฟัง เข้าใจว่าอาจารย์กำลังจะบอกพวกเราว่า บันได “17 สูตร” จะเป็นบันไดที่ใช้ได้ดีและเหมาะสำหรับคนไทย ส่วนบันได “Tenses” เหมาะกับฝรั่งเป็นอย่างดี อาจารย์ยังได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมด้วยว่า ไม่เห็นด้วยที่ครูภาษาอังกฤษซึ่งเป็นครูไทยในโรงเรียนทั่วไปจะต้องพูดภาษาอังกฤษกับนักเรียนตลอดเวลาในห้องเรียน ครูไทยที่พูดภาษาอังกฤษเก่ง ไม่ใช่ครูที่สอนภาษาอังกฤษให้เด็กไทยเก่ง เพราะเด็กไทยเป็นผู้เรียนภาษาอังกฤษในฐานะ “ภาษาต่างประเทศ” ไม่ใช่ในฐานะ “ภาษาแม่” ถ้าทำอย่างนั้นคนเก่งคือ “ครู” ไม่ใช่ “นักเรียน” ครูจึงต้องสอนให้นักเรียนเข้าใจถึงความหมาย หลักการ และเหตุผลที่ต้องใช้ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ให้รู้ความเป็นมาเป็นไปหรือสิ่งที่ทำให้มันเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน โดยอธิบายด้วยภาษาไทยจะทำให้นักเรียนเข้าใจมากกว่าอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ เพียงเพื่อให้นักเรียนคุ้นสำเนียงและเรียนรู้ทักษะการฟัง การจับใจความสำคัญจากการอธิบายนั้น ซึ่งสุดท้ายเด็กจะไม่รู้เรื่อง หรือรู้เรื่องก็ไม่ดีเท่ากับอธิบายด้วยภาษาไทยซึ่งเป็น “ภาษาแม่” สรุปแล้วอาจารย์บอกเราว่า วิธีเรียนภาษาอังกฤษของคนไทยกับฝรั่งนั้นไม่เหมือนกัน เพราะเราเรียนในฐานะ “ภาษาต่างประเทศ” แต่ฝรั่งเขาเรียนในฐานะ “ภาษาแม่” ช่วงบ่ายอาจารย์ให้พวกเราเลือกนำเสนอประโยค คนละ 3 ประโยคจาก 20 ประโยค จากนั้นอาจารย์จะช่วยให้ข้อคิดเห็นและพาพวกเราช่วยกันปรับประโยคของเพื่อนให้ดูดีขึ้น ช่วงนี้ทำให้พวกเรามีโอกาสได้เรียนรู้ไวยากรณ์ไปด้วยกัน ซึ่งเป็นช่วงที่ดิฉันชอบมาก
คราวหน้าจะกลับมาเล่าให้ฟังอีกค่ะ...ว่าผลเป็นอย่างไร...

ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร

ภาษาไทยคือภาษาประจำชาติ เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวัฒนธรรมไทยเป็นเครื่องมือที่ สำคัญยิ่งของสังคมและประเทศชาติในการศึกษา รวบรวม สั่งสม สร้างสรรค์ และถ่ายทอดศิลปวิทยาการทุก แขนง รวมทั้งเสริมสร้างความเป็นเอกราชของชาติไทย นับแต่อดีตจนปัจจุบัน ภาษาไทยจึงนับเป็นความ ภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ
ประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนภาษาไทย
1. มีความรู้ ความสามารถ และมีศิลปะในการใช้ทักษะทางภาษาทั้ง 4 ด้าน เพื่อการติดต่อสื่อสาร ในชีวิตประจำวันได้อย่างดี และสีประสิทธิภาพ
2. มีความซาบซึ้งและตระหนักถึงคุณค่าของภาษาไทยและวรรณกรรมไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ในฐานะเป็นเครื่องมือและเป็นกระจกของสังคมที่สะท้อนสภาพการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ประเพณี ความคิด และความเป็นอยู่ของประชาชน ตลอดจนวิวัฒนาการของภาษาไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ
3. สามารถเชื่อมโยงภาษาไทยกับศาสตร์อื่น ๆ ได้ในฐานะที่ภาษาไทยเป็นแกนกลางของการ ศึกษา รวบรวม สั่งสม สร้างสรรค์ และถ่ายทอดศาสตร์ทั้งปวงให้แก่สังคมและประเทศชาติ
ทำให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาวิชาภาษาและวรรณกรรมไทยอันจะเป็น ประโยชน์อย่างยิ่ง ในการเสริมสร้างโลกทัศน์ที่เหมาะสมทุก ๆ ด้าน ในการพัฒนาตนเอง สัมคมและ ประเทศชาติ